เสริมจมูกซิลิโคน จมูกอยู่กึ่งกลางใบหน้า และแต่ละคนมีทรงจมูกต่างกันไป ผู้ที่มีจมูกแบน จมูกบาน หรือสันจมูกไม่ชัด สามารถแก้ไขได้ด้วยการเสริมจมูก ซึ่งเป็นศัลยกรรมที่เปลี่ยนภาพรวมของใบหน้าได้จากการแก้ไขจุดเดียว
วัสดุซิลิโคนที่ใช้ ชนิด ลักษณะ การใช้งานที่โรงพยาบาลเอเซีย ซิลิโคนอเมริกา (USA) ผลิตในระดับ Medical grade มีการวิจัยด้านความปลอดภัยรองรับ มีทั้งแบบนิ่มและแบบแข็ง ทั้งแบบสำเร็จรูปและแบบบล็อคเหลา ใช้เป็นหลักทั้งในการเสริมจมูกและเสริมคาง ซิลิโคนเกาหลี (Korea) พัฒนาต่อจากซิลิโคนอเมริกา เน้นเนื้อนิ่มเป็นพิเศษ ให้สัมผัสที่ใกล้เคียงธรรมชาติเมื่อจับ ใช้ร่วมกับวัสดุทดแทนตามหลักมาตรฐานความปลอดภัย
รูปแบบของซิลิโคน แบบสำเร็จรูป — ได้รูปทรงที่แน่นอน มีขนาดความกว้างและความยาวให้เลือก โอกาสเบี้ยวหรือเอียงน้อยมาก แต่แพทย์จะเหลาปรับรูปทรงอีกเล็กน้อยให้เข้ากับโครงจมูกของแต่ละราย แบบแท่งหรือแบบเหลาเอง — เป็นแผ่นใหญ่ที่แพทย์นำมาเหลาขึ้นรูปเอง ปรับให้เข้ากับจมูกได้ทุกรูปหน้า แต่ใช้เวลานานกว่าและต้องทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญ เพราะมีความเสี่ยงที่จมูกจะเบี้ยว ศัลยกรรมเสริมจมูกซิลิโคน ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล กระดูกอ่อนและเนื้อเยื่อที่ใช้ร่วมกับซิลิโคน
กระดูกอ่อนหลังใบหู — ใช้รองปลายจมูก ช่วยลดโอกาสปลายทะลุ กระดูกอ่อนซี่โครง — ช่วยเพิ่มสันจมูก กระดูกอ่อนจากผนังกั้นจมูก — ใช้ยืดปลายจมูกให้ยาวและพุ่ง เป็นเนื้อเยื่อของผู้เข้ารับบริการเอง ร่างกายจึงไม่ต่อต้าน และเมื่อเวลาผ่านไปจะสมานเป็นเนื้อเดียวกัน แต่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการใช้ซิลิโคนอย่างเดียว มาตรฐานระดับโลก JCI แห่งโรงพยาบาลเอเซีย: ความปลอดภัยสูงสุดในการบริการศัลยกรรมจมูก วัสดุที่ใช้เสริมจมูก — ซิลิโคน, ADM และ PCL Plate ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ความแตกต่างของโรงพยาบาลเอเซียในการดูแลรักษาอย่างครบวงจร
การประเมินความพร้อมของร่างกายอย่างละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทางก่อนรับการรักษา (Comprehensive Pre-Treatment Evaluation) เพื่อลดความเสี่ยงและออกแบบแนวทางที่เหมาะสมที่สุด ระบบเฝ้าระวังความปลอดภัยและสัญญาณชีพด้วยเทคโนโลยีระดับโรงพยาบาลใหญ่ พร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตฉุกเฉินครบครันตลอด 24 ชั่วโมง การใช้เวชภัณฑ์และตัวยาที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประเทศไทย และองค์การสากลเท่านั้น ปราศจากสารแปลกปลอมที่อันตราย ห้องพักฟื้นส่วนตัว (Private Recovery Suite) ที่เงียบสงบ สะอาด พร้อมพยาบาลวิชาชีพคอยดูแลอำนวยความสะดวกและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด การวิเคราะห์โครงสร้างเชิงลึกและการออกแบบแนวทางการรักษาแบบเฉพาะบุคคลสำหรับศัลยกรรมจมูก สัดส่วนโครงหน้าที่สมดุล เกณฑ์ที่แพทย์ใช้ออกแบบทรงจมูกเฉพาะบุคคล ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล การวิเคราะห์โครงสร้างพื้นฐานและสัดส่วนความสมมาตร (Structural & Symmetry Mapping) เพื่อความกลมกลืนอย่างเป็นธรรมชาติ การประเมินคุณภาพความยืดหยุ่นของผิวและเนื้อเยื่อส่วนลึก (Tissue Elasticity & Dermal Health Assessment) เพื่อกำหนดแนวทางรักษาที่ไม่ฝืนสรีระ การประเมินประวัติสุขภาพและปฏิกิริยาของเนื้อเยื่อ (Clinical Medical History & Tissue Compatibility) เพื่อป้องกันอาการแพ้หรือภาวะแทรกซ้อน การร่วมกำหนดเป้าหมายความงามที่สมจริงกับผู้รับบริการ (Realistic Aesthetic Goal Alignment) เพื่อความมั่นใจและความพึงพอใจสูงสุดในระยะยาว เจาะลึกรายละเอียดเทคนิคและบริการย่อยในหมวดนี้ เสริมจมูก Close เทคนิคปิด ซิลิโคนมาตรฐาน
การเสริมจมูกแบบ Closed Rhinoplasty คือจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมดั้งจมูกครั้งแรก เนื่องจากแผลผ่าตัดทั้งหมดซ่อนอยู่ภายในรูจมูก ไม่มีรอยแผลเป็นที่ผิวด้านนอกให้กังวล ศัลยแพทย์จะสอดซิลิโคนทรง L หรือ I เพื่อเพิ่มความสูงของดั้งและเพิ่มความเรียวของปลายจมูก เหมาะสำหรับผู้ที่จมูกแบนราบต้องการดั้งสูงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องปรับโครงสร้างเชิงลึก บวมช้ำน้อย พักฟื้นสั้น กลับสู่ชีวิตประจำวันได้เร็ว เสริมจมูก Close + เนื้อเยื่อเทียม Gore-tex
สำหรับผู้ที่ต้องการเนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงกับจมูกจริงมาก Gore-tex คือวัสดุที่เหนือกว่าซิลิโคนธรรมดา เนื่องจากมีรูพรุนขนาดจิ๋วที่เนื้อเยื่อของร่างกายสามารถเจริญเข้าไปยึดเกาะได้ ทำให้สัมผัสนุ่มนวลและกลืนเป็นส่วนหนึ่งของจมูกอย่างแท้จริง เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวจมูกบางซึ่งซิลิโคนธรรมดาอาจเห็นขอบ รวมถึงผู้ที่ต้องการแก้ไขงานจมูกด้วยวัสดุที่ให้ความเป็นธรรมชาติสูงกว่า เสริมจมูก Semi-Open / Interdome / แต่งปลายจมูก
เทคนิค Semi-Open เปิดแผลขนาดเล็กที่โคลูเมลลา ช่วยให้ศัลยแพทย์เข้าถึงกระดูกอ่อนปลายจมูกได้โดยตรงเพื่อปรับรูปทรงอย่างละเอียด เทคนิค Interdome ใช้ไหมพิเศษเย็บดึงกระดูกอ่อนสองข้างให้เข้าหากัน ปลายจมูกสูงขึ้น เรียวขึ้น กระชับขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มกระดูกอ่อน เหมาะสำหรับผู้ที่ปลายจมูกบานหรือย้อย ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่า Close แต่ยังไม่ต้องการทำ Open ระดับเต็มรูปแบบ ขั้นตอนการตัดปีกจมูก (Alarplasty) หนึ่งในบริการย่อยของหมวดศัลยกรรมจมูก ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล Open Reconstruction กระดูกอ่อนหลังหู
Open Reconstruction คือมาตรฐานของศัลยกรรมจมูก เปิดแผลที่โคลูเมลลาเพื่อให้ศัลยแพทย์มองเห็นโครงสร้างกระดูกอ่อนจมูกทั้งหมดอย่างชัดเจน กระดูกอ่อนจากหลังหูมีความยืดหยุ่นสูงและเข้ากันได้ดีกับร่างกาย เหมาะสำหรับเสริมโครงปลายจมูกให้ยกสูงและกระชับ รอยแผลที่หลังหูเล็กมากและซ่อนอยู่ในร่องหลังหูอย่างแนบเนียน ให้ผลลัพธ์ระยะยาวที่ดูเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องมีแผลที่หน้าอก Open Reconstruction กระดูกอ่อนซี่โครงตัวเอง
สำหรับกรณีที่ต้องการกระดูกอ่อนปริมาณมาก เช่น การสร้างดั้งจมูกใหม่ทั้งหมดหรือแก้ไขจมูกที่พังจากการผ่าตัดหลายครั้ง กระดูกอ่อนซี่โครงของตัวเองให้ปริมาณวัสดุเพียงพอสำหรับสร้างทั้งดั้งและปลายจมูก มีความแข็งแรงและเสถียร เนื่องจากเป็นเนื้อเยื่อตัวเองจึงไม่มีการปฏิเสธสิ่งแปลกปลอม แผลบริเวณหน้าอกซ่อนอยู่ในแนวขอบชุดชั้นในอย่างแนบเนียน Open Reconstruction กระดูกอ่อนซี่โครงบริจาค
สำหรับผู้ที่ต้องการ Open Reconstruction ด้วยกระดูกอ่อนซี่โครง แต่ต้องการหลีกเลี่ยงแผลเพิ่มเติมบริเวณหน้าอก กระดูกอ่อนซี่โครงบริจาคที่ผ่านการฉายรังสีและรับรองความปลอดภัย มีคุณสมบัติโครงสร้างใกล้เคียงกับกระดูกอ่อนตัวเอง ช่วยลดเวลาผ่าตัดและพักฟื้น โดยไม่ต้องเปิดแผลที่หน้าอกเลย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่แต่ไม่ต้องการแผลเพิ่ม แก้ไขจมูก Open Revision เคสจากที่อื่น
งานแก้ไขจมูกจากสถานพยาบาลอื่นเป็นหนึ่งในศัลยกรรมที่ยากและซับซ้อนในศัลยกรรมตกแต่ง ปัญหาที่พบบ่อยได้แก่ จมูกหดสั้น ผิวจมูกบางจนเห็นซิลิโคน ซิลิโคนเคลื่อน จมูกเบี้ยว หรือรูปทรงที่เกินธรรมชาติ ศัลยแพทย์ของโรงพยาบาลเอเซียจะใช้กระดูกอ่อนแท้เป็นหลักเพื่อสร้างโครงสร้างที่มั่นคงและดูเป็นธรรมชาติขึ้นมาใหม่ พร้อมจัดการเนื้อเยื่อและแผลเป็นเก่าอย่างละเอียด ตะไบฮัมพ์ & ตอกฐานกระดูกจมูก
ผู้ที่มีโหนกนูนบริเวณดั้งจมูก ที่เห็นชัดในมุม Profile สามารถแก้ไขได้ด้วยการตะไบและกรอกระดูกส่วนเกินออก จากนั้นทำ Osteotomy คือการตอกหักกระดูกข้างจมูกเข้าหากันเพื่อปิดช่องว่างและปรับความกว้างของดั้งจมูก ผลลัพธ์คือดั้งจมูกที่เรียบเนียนและ Profile ด้านข้างที่สมดุล เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลชัดเจนมากต่อความสวยงามในมุมมองด้านข้าง ตัดปีกจมูก / ยืดผนัง / แก้จมูกเบี้ยว / แต่งปลายด้วยเนื้อเยื่อตัวเอง
กลุ่มศัลยกรรมปรับรายละเอียดเฉพาะจุดที่ทำให้การผ่าตัดจมูกสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ตัดปีกจมูกสำหรับรูจมูกที่กว้างเกินไป ยืดผนังกั้นจมูก เพื่อยกปลายจมูกและปรับสัดส่วนความยาว แก้ไขจมูกเบี้ยวเอียงสำหรับผู้ที่มีดั้งจมูกเอียงข้างชัดเจน และแต่งปลายจมูกด้วยเนื้อเยื่อตัวเองสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มโครงสร้างโดยไม่ใช้วัสดุสังเคราะห์ใดๆ ถอดซิลิโคน / เลาะสารเหลวจมูก
สำหรับผู้ที่ต้องการนำซิลิโคนจมูกออก ไม่ว่าจะเพื่อพักจมูก ซิลิโคนเคลื่อน ผิวจมูกบางจนเห็นขอบ หรือต้องการเปลี่ยนวัสดุ รวมถึงผู้ที่เคยฉีดสารเหลวจนเกิดก้อนแข็ง ผิวเปลี่ยนสี หรือเสี่ยงต่อการอักเสบ ศัลยแพทย์จะเลาะและกำจัดสิ่งแปลกปลอมอย่างปลอดภัยและครบถ้วน โดยรักษาเนื้อเยื่อโดยรอบให้ได้รับผลกระทบน้อย เพื่อเตรียมจมูกสำหรับการผ่าตัดครั้งต่อไปหรือเพื่อคืนจมูกสู่สภาวะธรรมชาติ Long Tip Surgery — ยืดปลายจมูกโดยไม่ใช้ซิลิโคน Long Tip Surgery คือเทคนิคการยืดและแต่งปลายจมูก เพื่อเพิ่มความพุ่งจากทรงเดิม หรือเพื่อรองปลายกันทะลุในกรณีที่เคยเสริมแล้วเกิดความตึงที่ปลายจมูก ช่วยให้ยืดปลายได้อย่างปลอดภัยในผู้ที่มีผิวหนังบริเวณปลายจมูกบาง
วัสดุที่ใช้ เนื้อเยื่ออ่อนของผู้เข้ารับบริการเอง เช่น เนื้อเยื่อขมับ เนื้อเยื่อก้นกบ ไขมันจากบริเวณต่างๆ และกระดูกอ่อนจากหลังใบหูหรือซี่โครง วัสดุสังเคราะห์ เช่น เนื้อเยื่อเทียม Acellular Dermal Matrix (ADM) และกระดูกอ่อนเทียม Polycaprolactone (PCL) ซึ่งเข้ากับร่างกายได้ดี และแข็งแรงพอที่จะใช้ยืดผนังกั้นจมูก (Septal Extension Graft) ได้ กระดูกอ่อนหลังใบหู นำมาจากการผ่าตัดที่แผลซ่อนอยู่ด้านหลังตรงรอยพับใบหู ซึ่งสังเกตเห็นได้ยาก บริเวณที่นำกระดูกอ่อนออกคือแอ่งโค้งของใบหู (Concha) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ไม่ได้ใช้ค้ำยันรูปใบหู หากนำออกในปริมาณที่เหมาะสมจะไม่ทำให้ใบหูผิดรูป
เสริมจมูก Long Tip Surgery — ยืดปลายจมูกโดยไม่ใช้ซิลิโคน ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล เนื้อเยื่อเทียม (Megaderm) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้แนะนำว่าเหมาะกับการยืดปลายแบบใด เทคนิคใด และวัสดุชนิดใด ไม่ว่าจะเลือกวัสดุใด แพทย์จะเหลาปรับแต่งก่อนนำไปใช้ทุกชนิด เพื่อให้เข้ากับรูปจมูกเฉพาะบุคคล
ปรับโครงสร้าง ลดขนาดจมูก การผ่าตัดแก้ไขโครงสร้างจมูก คือการปรับแต่งโครงจมูกให้ได้ขนาดและรูปทรงที่รับกับความโค้งนูนของหน้าผาก และลดขนาดจมูกให้เข้ากับรูปหน้ามากขึ้น นิยมทำในชาวตะวันตกซึ่งมีปัญหาจมูกใหญ่มากกว่าชาวเอเซีย แต่ชาวเอเซียหลายคนก็มีปัญหาจมูกใหญ่ในบางส่วน
ปรับโครงสร้างจมูก ลดขนาดจมูก (Nose Reduction and Reconstruction) ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ต้องเลือกศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง
การตัด ทุบ หรือยุบกระดูกจมูก เกี่ยวข้องกับโครงสร้างกระดูกส่วนอื่นของใบหน้าด้วย เช่น โพรงกระดูกไซนัส และกระดูกโหนกแก้ม บางส่วนอาจแก้ไขได้ด้วยการเสริมซิลิโคน แต่บางกรณีจำเป็นต้องผ่าตัดลดขนาดกระดูกและกระดูกอ่อนจริง การผ่าตัดลดขนาดจมูกที่พบบ่อย ลดโหนกกระดูกกลางสันจมูก (Humpectomy / Hump Reduction) ตัดกระดูกและกระดูกอ่อนสันจมูก เพื่อลดความสูงของสันจมูก (Nasal bridge reduction) ตัดยุบกระดูกเพื่อลดความกว้างของสันจมูก (Nasal Osteotomy) ลดความงุ้มและความยาวของกระดูกอ่อนที่ปลายจมูก และลดความกว้างของปลายจมูก (Nose Tip Refinement) โดยตัดกระดูกอ่อนปลายจมูกให้เล็กลง พร้อมเย็บจัดทรงให้กระดูกอ่อนที่บานออกแคบลงและเข้าหากัน ตัดปีกจมูก ปีกจมูกคือส่วนด้านข้างของจมูกที่กางออก ชาวเอเซียจำนวนมากมีปัญหาปีกจมูกหนา บานออกด้านข้าง หรือห้อยลง การลดขนาดปีกจมูกช่วยให้ทรงจมูกโดยรวมได้สัดส่วนกับใบหน้ามากขึ้น จึงนิยมทำร่วมกับการเสริมจมูก
โครงสร้างสำคัญของปีกจมูกคือกระดูกอ่อน ซึ่งทำหน้าที่เป็นแกนในให้คงรูปอยู่ได้ หากกระดูกอ่อนผิดปกติ ปีกจมูกจะผิดรูปตามไปด้วย จึงต้องแก้ไขที่กระดูกอ่อน
วิธีการผ่าตัด แพทย์ฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณที่จะตกแต่ง เปิดแผลด้านในของปีกจมูก โดยกรีดโค้งเข้าใต้ฐานปีกจมูก ตัดเนื้อด้านในออกกว้างประมาณ 2-4 มิลลิเมตร ขึ้นอยู่กับความกว้างของปีกจมูกแต่ละราย เย็บปิดแผลไว้ด้านในโพรงจมูก ทำให้แทบไม่เห็นแผลเป็น ข้อควรทราบ
การลดขนาดปีกจมูกโดยมากแก้ไขเฉพาะส่วนปีกด้านข้าง ซึ่งมีเพียงผิวหนังและกล้ามเนื้อ ไม่มีกระดูกอ่อน แผลทั้งหมดจึงซ่อนอยู่บริเวณขอบของปีกจมูกและเห็นได้ยากมาก ในรายที่ปีกจมูกใหญ่แต่รูจมูกดูดีและไม่ขัดกับการหายใจ แพทย์จะผ่าตัดปีกจมูกเพียงอย่างเดียว ในรายที่มีรูจมูกเล็กหรือฐานจมูกเล็ก แพทย์อาจจำเป็นต้องหาเนื้อเยื่อมาเติมเต็มเพิ่ม ใช้เวลาผ่าตัดไม่เกิน 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นแพทย์จะนัดเข้ามาตัดไหมอีกครั้ง ไทม์ไลน์การฟื้นฟูเนื้อเยื่อและแผนการดูแลระยะยาวหลังรับบริการศัลยกรรมจมูก ระยะสัปดาห์ที่ 1 (Acute Healing Phase): เนื้อเยื่อเริ่มสร้างเซลล์ผิวใหม่ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือกระทบกระเทือนบริเวณที่รักษา และรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ระยะเดือนที่ 1-2 (Tissue Remodeling Phase): อาการบวมช้ำลดลงกว่า 80% เนื้อเยื่อภายในเริ่มประสานและเข้าที่ สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันและออกกำลังกายเบาๆ ได้ตามปกติ ระยะเดือนที่ 3-6 (Final Structural Maturation): สัดส่วนเข้าที่สมบูรณ์ 100% เผยผลลัพธ์ที่เรียบเนียน เป็นธรรมชาติ และยั่งยืน พร้อมการนัดติดตามผลจากศัลยแพทย์เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของเนื้อเยื่อ