ดึงหน้า Full Face Lift และดึงคอ Neck Lift
ศัลยกรรมดึงหน้าคือการยกกระชับใบหน้าและริ้วรอยตั้งแต่ใบหน้าจนถึงลำคอ โดยศัลยแพทย์จะตกแต่ง ตัด และดึงส่วนที่เกิน รวมถึงไขมัน พร้อมดึงกล้ามเนื้อใบหน้าให้ตึงขึ้น ผู้เข้ารับบริการสามารถเลือกได้ว่าจะดึงบริเวณใดบ้าง
การผ่าตัดต้องดมยาสลบ
- ดำเนินการภายใต้การดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ ผู้เข้ารับการรักษาจะไม่รู้สึกตัว
- ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 2-4 ชั่วโมง
บริเวณที่ผ่าตัดแบ่งได้เป็น 3 ส่วน
| ส่วน | ผลที่ได้ | ตำแหน่งแผล |
|---|
| ใบหน้าส่วนบน | หน้าผากตึงขึ้น ริ้วรอยลดลง คิ้วและตาที่ตกถูกยกขึ้นด้วย | อยู่บริเวณไรผมเหนือศีรษะ |
| ใบหน้าส่วนกลางและส่วนล่าง | ยกบริเวณหางตา หางคิ้ว ขมับ และร่องแก้ม | ซ่อนอยู่บริเวณไรผมตรงช่วงขมับจนถึงหน้าหู |
| คอ | กระชับบริเวณลำคอทั้งหมด | อยู่บริเวณหลังใบหู หรือใต้คางร่วมด้วย |
ศัลยกรรมดึงหน้า (Full Face Lift)ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลเทคนิคการผ่าตัดดึงหน้า
โรงพยาบาลเอเซียมีเทคนิคการดึงหน้าหลายแบบ บางท่านอาจใช้เพียงเทคนิคเดียว หรือหลายเทคนิคร่วมกัน เพื่อให้ได้ผลที่เหมาะกับใบหน้าของแต่ละบุคคล
1. ดึงหน้าทั้งหน้า (Full Face Lift)
ครอบคลุมโหนกแก้ม ร่องแก้ม แนวกราม และคาง โดยเปิดแผลหน้าหูถึงหลังหู เลาะลงไปถึงชั้นกล้ามเนื้อ แล้วแยกชั้น SMAS ออกมาดึงให้ตึง ตัดส่วนเกินออกและเย็บให้ตึง จากนั้นชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังและผิวหนังจะถูกดึงตามชั้น SMAS แล้วตัดส่วนเกินออกให้พอดีก่อนเย็บปิดแผล เทคนิคนี้เหมาะกับผู้ที่มีใบหน้าหย่อนคล้อยมากถึงแนวกรามและคาง
2. ดึงโหนกแก้ม ร่องแก้ม (Mini Face Lift / Mid Face Lift)
เปิดแผลสองตำแหน่งคือใต้ตาล่างและหน้าหู แผลที่ตาล่างใช้ดึงกล้ามเนื้อโหนกแก้ม ส่วนแผลหน้าหูตั้งแต่ขมับเหนือหูลงมา ใช้เลาะผิวหนังและเนื้อเยื่อบริเวณหน้าหูและแก้มเพื่อกระชับให้ตึง แล้วตัดผิวหนังส่วนเกินออก เหมาะกับผู้ที่มีร่องแก้มห้อยและหย่อนคล้อยไม่มาก
3. ยกกระชับด้วยวัสดุสังเคราะห์ (Endotine Mid Face Lift)
ใช้วัสดุสังเคราะห์ช่วยดึงชั้นกล้ามเนื้อส่วนลึกของใบหน้า โดยเปิดแผลหน้าหู แล้วใช้ Endotine ดึงกล้ามเนื้อแก้มล่างขึ้นตามความต้องการ จากนั้นตัดหนังส่วนเกินออกและเย็บปิดแผล เทคนิคนี้ช่วยให้โหนกแก้มสูงขึ้น วัสดุที่ใช้จะสลายไปภายใน 6 เดือน
ข้อควรระวังของเทคนิค Endotine
- ตัว Endotine อาจทำให้เส้นประสาทฉีกขาดได้ จึงต้องทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญ
4. ผ่าตัดกระชับลำคอ (Neck Lift)
เปิดแผลที่หน้าหูและหลังหูยาว เพื่อกระชับกล้ามเนื้อแก้ม แนวกราม คาง และคอ โดยเลาะชั้น SMAS ตั้งแต่แนวคอ กราม คาง และแก้ม แล้วดึงให้ตึง ตัดส่วนเกินออก และเย็บชั้น SMAS ให้ตึง
ใครเหมาะกับการดึงหน้า
โดยทั่วไปการดึงหน้าจะเริ่มพิจารณาเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่เริ่มรู้สึกว่าใบหน้าหย่อนคล้อยแล้ว สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาดึงหน้าเพียงบางส่วนได้
หลังผ่าตัดและระยะเวลาฟื้นตัว
- หลังผ่าตัดทันทีอาจมีอาการปวดตุบๆ บริเวณแผล ให้รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง
- ช่วง 2-3 สัปดาห์แรกอาจมีอาการชาที่บริเวณใบหน้า ซึ่งจะค่อยๆ หายไปเอง
- ต้องใส่ผ้ารัดหน้าตลอด 24 ชั่วโมงในช่วง 3 วันแรก จากนั้นใส่เฉพาะตอนนอนต่ออีก 1 เดือน
- อาการบวมช้ำจะเริ่มดีขึ้นหลังผ่าตัดประมาณ 2 สัปดาห์ จากนั้นเริ่มนวดหน้าเบาๆ เพื่อกระตุ้นเส้นประสาทและไล่น้ำเหลือง ช่วยให้ยุบบวมเร็วขึ้น
- แผลผ่าตัดจะเริ่มเข้าที่และประสานกันภายในประมาณ 1-2 เดือน
- กลับไปทำงานตามปกติได้ประมาณ 14 วันหลังผ่าตัด และออกกำลังกายได้หลังผ่าตัด 4 สัปดาห์
- เห็นผลการผ่าตัดชัดเจนเต็มที่เมื่อครบประมาณ 6-12 เดือน
มาตรฐานระดับโลก JCI แห่งโรงพยาบาลเอเซีย: ความปลอดภัยสูงสุดในการบริการศัลยกรรมดึงหน้า
ขั้นตอนการศัลยกรรมดึงหน้าที่โรงพยาบาลเอเซียผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลความแตกต่างของโรงพยาบาลเอเซียในการดูแลรักษาอย่างครบวงจร
- การประเมินความพร้อมของร่างกายอย่างละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทางก่อนรับการรักษา (Comprehensive Pre-Treatment Evaluation) เพื่อลดความเสี่ยงและออกแบบแนวทางที่เหมาะสมที่สุด
- ระบบเฝ้าระวังความปลอดภัยและสัญญาณชีพด้วยเทคโนโลยีระดับโรงพยาบาลใหญ่ พร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตฉุกเฉินครบครันตลอด 24 ชั่วโมง
- การใช้เวชภัณฑ์และตัวยาที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประเทศไทย และองค์การสากลเท่านั้น ปราศจากสารแปลกปลอมที่อันตราย
- ห้องพักฟื้นส่วนตัว (Private Recovery Suite) ที่เงียบสงบ สะอาด พร้อมพยาบาลวิชาชีพคอยดูแลอำนวยความสะดวกและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด
การวิเคราะห์โครงสร้างเชิงลึกและการออกแบบแนวทางการรักษาแบบเฉพาะบุคคลสำหรับศัลยกรรมดึงหน้า
บริเวณที่ดึงในแต่ละเทคนิค — Forehead Lift, Anterior Face Lift และ Neck Liftผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล- การวิเคราะห์โครงสร้างพื้นฐานและสัดส่วนความสมมาตร (Structural & Symmetry Mapping) เพื่อความกลมกลืนอย่างเป็นธรรมชาติ
- การประเมินคุณภาพความยืดหยุ่นของผิวและเนื้อเยื่อส่วนลึก (Tissue Elasticity & Dermal Health Assessment) เพื่อกำหนดแนวทางรักษาที่ไม่ฝืนสรีระ
- การประเมินประวัติสุขภาพและปฏิกิริยาของเนื้อเยื่อ (Clinical Medical History & Tissue Compatibility) เพื่อป้องกันอาการแพ้หรือภาวะแทรกซ้อน
- การร่วมกำหนดเป้าหมายความงามที่สมจริงกับผู้รับบริการ (Realistic Aesthetic Goal Alignment) เพื่อความมั่นใจและความพึงพอใจสูงสุดในระยะยาว
เจาะลึกรายละเอียดเทคนิคและบริการย่อยในหมวดนี้
ดึงหน้าบางส่วน (ส่วนกลาง / ส่วนล่าง / ร่องแก้ม / ร่องน้ำหมาก)
- สำหรับผู้ที่มีสัญญาณการหย่อนคล้อยในบริเวณเฉพาะจุด เช่น แก้มตก ร่องแก้มลึก หรือร่องน้ำหมาก การดึงหน้าบางส่วนช่วยแก้ไขเฉพาะส่วนที่ต้องการโดยไม่ต้องผ่าตัดทั้งใบหน้า ใช้แผลเล็กบริเวณขมับหรือหน้าหู แล้วดึงยกเนื้อเยื่อในชั้น SMAS ขึ้น ผลลัพธ์ชัดเจน พักฟื้นสั้นกว่า Full Facelift เหมาะสำหรับอายุ 35–50 ปีที่เริ่มมีการหย่อนคล้อยในบางส่วน
ศัลยกรรมยกคิ้ว (Forehead Lift) หนึ่งในบริการย่อยของหมวดนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลดึงคอ & ดูดไขมันเหนียง + ดึงคอ
- ผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้คางที่หย่อนคล้อยสร้าง 'คางสอง' และเส้นสายคอที่ไม่ชัดเจน ทำให้ใบหน้าดูแก่และอ้วนกว่าความเป็นจริง Neck Lift จะดึงยกเนื้อเยื่อชั้นลึกของคอและกรอบหน้า ซ่อนแผลไว้หลังหูและใต้คาง กรณีที่มีไขมันสะสมบริเวณเหนียงมากสามารถทำร่วมกับการดูดไขมันก่อนแล้วค่อยดึงยกผิว เพื่อผลลัพธ์คอที่ตึงกระชับและสวยงามชัดเจน
ดึงหน้าผาก / ยกคิ้ว
- รอยย่นบนหน้าผาก คิ้วตกห้อย และหนังตาบนที่ดูหนักเพราะกล้ามเนื้อหน้าผากคลายตัว ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าและดูแก่กว่าวัย Endoscopic Brow Lift ใช้กล้องส่องขนาดเล็กเปิดแผลเล็กๆ ภายในแนวผม เพื่อดึงยกชั้น SMAS และเนื้อเยื่อหน้าผากขึ้น ส่วน Direct Incision เหมาะสำหรับกรณีที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่าในทันที ทั้งสองเทคนิคช่วยยกคิ้วและลดรอยย่นหน้าผากได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดึงหางตา / ยกหางตา
- หางตาที่ตกลงทำให้ดวงตาดูเศร้าและดูแก่ Temporal Lift ดึงยกเนื้อเยื่อบริเวณขมับเพื่อยกหางตาขึ้น เปิดกว้างดวงตาในมุมมองด้านข้าง และช่วยยกแก้มส่วนบนขึ้นเล็กน้อยด้วย ซ่อนแผลไว้ในแนวผมบริเวณขมับ ผลลัพธ์คือดวงตาที่ดูตื่นตัว เซ็กซี่ และสดใสมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับบริเวณตาโดยไม่ต้องทำ Full Facelift
ดึงหน้าแบบเต็มรูปแบบ และงานแก้ไข
- Full Face Lift คือศัลยกรรมฟื้นบำรุงใบหน้าที่อย่างละเอียด แก้ไขทุกส่วนของใบหน้าและคอในการผ่าตัดครั้งเดียว ตั้งแต่หน้าผาก แก้ม คาง ไปจนถึงคอ โดยยกชั้น SMAS และเนื้อเยื่อส่วนลึกพร้อมกันทั้งหมด ให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน 8–12 ปี งานแก้ไข Facelift จากสถานพยาบาลอื่นที่ผลลัพธ์ไม่เป็นธรรมชาติหรือเกิดปัญหาแทรกซ้อน เช่น แผลเป็นชัด รอยย่นรวม หรือใบหน้าดู 'ถูกดึง' มากเกินไป ก็ดำเนินการได้โดยทีมศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญสูง
ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม / ฉีดไขมัน / เสริมขมับ & โหนกแก้ม / ร้อยไหมโครงข่าย
- กลุ่มศัลยกรรมเสริมที่ช่วยให้ผลลัพธ์การยกกระชับสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เพื่อให้แก้มดูเรียวและมีโครงโหนก ฉีดไขมันตัวเองทั่วหน้าเพื่อเติมเต็มปริมาตรที่สูญหายไปตามวัย เสริมขมับและโหนกแก้มด้วยซิลิโคนเพื่อเพิ่มมิติและความสดใสให้ใบหน้าส่วนบน และร้อยไหมโครงข่ายถาวรสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับแบบกึ่งถาวรโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่
เสริมหน้าผาก (ซิลิโคนสำเร็จรูป / แบบหล่อ)
- สำหรับผู้ที่มีหน้าผากแบน เว้า หรือมีร่องกลางหน้าผากที่ทำให้ใบหน้าดูไม่สมดุล การเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคนสำเร็จรูปเป็นทางเลือกที่รวดเร็วและประหยัดกว่า ส่วนซิลิโคนแบบหล่อพิเศษ ถูกออกแบบจากแบบพิมพ์ของผู้รับบริการแต่ละรายเพื่อความพอดี ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและสมดุลกับโครงหน้าที่ดี ทุกรูปแบบต้องนอนพักฟื้น 1 คืน
ดึงหางคิ้ว หางตา (Lateral Brow Lift)
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น หนังตาบริเวณด้านข้างจะตกก่อน ซึ่งเรียกว่าหางตาตก มักเกิดร่วมกับภาวะคิ้วตกและรอยตีนกาบริเวณหางตาใกล้กับขมับ
ดึงหางคิ้ว หางตา (Lateral Brow Lift)ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลศัลยกรรมดึงหางคิ้วหางตาแก้ปัญหารอยย่นหรือรอยตีนกาบริเวณหางตา และแก้ไขหางคิ้วที่ตก โดยแพทย์จะตัดหนังตาส่วนเกินออกและยกหางคิ้วหางตาขึ้น เป็นการผ่าตัดขนาดเล็ก แผลซ่อนอยู่ที่ไรผมบริเวณขมับ บางครั้งสามารถทำร่วมกับการตัดกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดรอยตีนกาได้
ข้อดี
- ยกหางตาได้มาก และชั้นตาที่ตกดูดีขึ้น
- แก้รอยตีนกาได้
- ยกหางคิ้วได้ และโหนกแก้มยกขึ้น
- ริ้วรอยบริเวณร่องแก้มดีขึ้น
- ทำให้ใบหน้าดูอายุน้อยลง โดยผลที่ได้ดูเป็นธรรมชาติ
- แผลซ่อนอยู่ที่ไรผมบริเวณขมับ
เทคนิคการผ่าตัด 2 แบบ
| ประเด็น | เทคนิคที่ 1 | เทคนิคที่ 2 |
|---|
| ตำแหน่งแผล | ลงแผลภายในไรผม เช่นเดียวกับวิธีการดึงหน้า | ลงแผลที่ไรผม |
| ลักษณะแผลเป็น | ไม่เห็นแผลบริเวณใบหน้า | มองเห็นแผลเป็นที่ไรผม |
| เหมาะกับ | ผู้ที่ต้องการให้ไม่เห็นแผล แต่จะไม่สามารถดึงได้ตึงมาก ทำได้โดยฉีดยาชา หรือวางยาสลบตามที่ผู้ป่วยต้องการ | ผู้ที่มีหน้าผากกว้างอยู่แล้ว เริ่มมีศีรษะล้าน และไม่ต้องการให้หน้าผากกว้างขึ้นอีก |
ศัลยกรรมยกคิ้ว (Forehead Lift)
การผ่าตัดยกคิ้วแก้ไขปัญหาริ้วรอย ผิวหนังหย่อน รอยตีนกาบนหน้าผาก รวมถึงปัญหาตาตกที่เกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้น และผู้ที่ไม่มีระยะห่างระหว่างคิ้วกับตา บางครั้งอาจมีการคลายกล้ามเนื้อบริเวณหน้าผากที่เป็นร่องลึกให้ตื้นลง พร้อมเสริมเนื้อเยื่อเติมเต็มร่องลึกด้วย
ดวงตาที่ได้สัดส่วนประกอบด้วยอะไรบ้าง
- ระยะคิ้วที่ได้สัดส่วน
- หัวตาเปิด ทำให้มองเห็นได้เต็มที่
- หางตาชี้ขึ้น มีลักษณะคล้ายตาหงส์
- ตาไม่ลึก คือดวงตาเสมอกับขอบกระดูกเบ้าตา หรือโปนออกมาด้านหน้าเล็กน้อย
เทคนิคการยกคิ้ว 3 วิธี
1. Direct Brow Lift
กรีดบริเวณเหนือคิ้วเล็กน้อย ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เพียงฉีดยาชา กรีดแผลบริเวณคิ้ว ตัดผิวหนังที่อยู่ชิดขอบบนของคิ้วออกเพื่อยกคิ้วให้สูงขึ้น แล้วเย็บดึงแผลขึ้น ประมาณ 10 วันก็ตัดไหมได้
เทคนิคการยกคิ้วผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลผู้ที่เหมาะกับวิธีนี้คือ ผู้ที่ทำคิ้วถาวรอยู่แล้วหรือต้องการทำคิ้วถาวร เพราะแผลเป็นจะซ่อนอยู่ในรอยสักคิ้วได้ และผู้ที่มีผิวขาวมาก เช่น ชาวยุโรป ซึ่งจะเห็นแผลเป็นไม่ชัดเจน
2. Pretrichial Incision Brow Lift
เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากในอดีต คือการกรีดตลอดแนวเหนือหน้าผากขึ้นไป ลักษณะเหมือนที่คาดผม เพื่อดึงคิ้วขึ้นมา วิธีนี้ต้องวางยาสลบ แพทย์จะเปิดแผลยาวเพื่อผ่าตัดดึงหน้าผากขึ้น ทำให้เห็นเส้นประสาทชัดเจนและไม่ผ่าตัดโดนเส้นประสาทบริเวณอื่น จึงต้องอาศัยความชำนาญมาก
3. Endoscopic Brow Lift (ผ่าตัดผ่านกล้อง)
เปิดแผลบนหน้าผากบริเวณไรผม กำหนดจุดลงแผลสำหรับสอดกล้อง 3-5 จุด ซึ่งซ่อนอยู่ตามแนวไรผมบนศีรษะ จุดลงแผลจะอยู่ตรงกับตำแหน่งหัวตาและหางตาของคิ้วทั้งสองข้าง ไม่ต้องกรีดแผลยาว ทำให้แผลมีขนาดเล็ก อาการบวมและชาค่อนข้างน้อย โดยแพทย์จะติดวัสดุที่เรียกว่า Endotine Transbleph เพื่อดึงผิวบริเวณคิ้วให้เรียบตึงขึ้น ซึ่งจะสลายไปเองภายใน 6-12 เดือน
ผลลัพธ์และข้อบ่งชี้
- ผลลัพธ์คือคิ้วโก่งขึ้น เพิ่มพื้นที่ในการทำชั้นตาได้มากขึ้น
- คิ้วที่สูงต่ำไม่เท่ากันทำให้ตาดูไม่เท่ากัน บางคนเพียงยกคิ้ว ตาก็จะดูเท่ากันมากขึ้นโดยไม่ต้องทำศัลยกรรมอย่างอื่นเพิ่ม
- การยกคิ้วมักทำใน 2 กรณี คือ ตาตกมากจากอายุที่เพิ่มขึ้น และไม่มีระยะห่างระหว่างคิ้วกับตา จึงต้องยกคิ้วก่อนจึงจะทำตาได้
ไทม์ไลน์การฟื้นฟูเนื้อเยื่อและแผนการดูแลระยะยาวหลังรับบริการศัลยกรรมดึงหน้า
- ระยะสัปดาห์ที่ 1 (Acute Healing Phase): เนื้อเยื่อเริ่มสร้างเซลล์ผิวใหม่ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือกระทบกระเทือนบริเวณที่รักษา และรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
- ระยะเดือนที่ 1-2 (Tissue Remodeling Phase): อาการบวมช้ำลดลงกว่า 80% เนื้อเยื่อภายในเริ่มประสานและเข้าที่ สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันและออกกำลังกายเบาๆ ได้ตามปกติ
- ระยะเดือนที่ 3-6 (Final Structural Maturation): สัดส่วนเข้าที่สมบูรณ์ 100% เผยผลลัพธ์ที่เรียบเนียน เป็นธรรมชาติ และยั่งยืน พร้อมการนัดติดตามผลจากศัลยแพทย์เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของเนื้อเยื่อ